เล็งไว้แล้ว.! บาร์ซ่า มอง ฟาเบรกาส ผู้สืบทอดตำแหน่ง ฟลิค ในอนาคต

บาร์เซโลน่า มีโอกาสดึง เชส ฟาเบรกาส มารับตำแหน่งเทรนเนอร์ต่อจาก ฮันซี่ ฟลิค ในช่วงซัมเมอร์ปี 2028

บาร์เซโลน่า ทีมชั้นนำในศึกลาลีกา สเปน กำลังจับตามองความก้าวหน้าของ เชส ฟาเบรกาส ผู้จัดการทีม โคโม่ ทีมจากกัลโช เซเรียอาอิตาลี หลังจากที่เขากำลังทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม เพื่อพิจารณาดึงมารับตำแหน่งเทรนเนอร์ต่อจาก ฮันซี่ ฟลิค ในอนาคต

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาทาง ฟลิค ได้ขยายสัญญากับ บาร์เซโลน่า ออกไปจนถึงปี 2028 หลังการนำทัพคว้าแชมป์ 5 รายการในช่วง 2 ฤดูกาลแรก แต่เขานั้นมองว่าจะไม่อยู่กับทีมตลอดไป ดังนั้นสโมสรจึงต้องมองหาทายาทในอนาคตของเขา โดยมีชื่อของ ฟาเบรกาส เทรนเนอร์วัย 39 ปีของ โคโม่ เป็นหนึ่งในนั้น

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทาง ฟาเบรกาส ใช้เวลาเพียง 3 ฤดูกาลนำ โคโม่ เลื่อนชั้นจาก เซเรีย บี สู่การคว้าสิทธิ์ไปเล่นรายการแชมเปี้ยนส์ลีกในซีซั่นหน้า ซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสรเล็กๆของอิตาลี ด้วยสไตล์การทำทีมของ ฟาเบรกาส เหมาะกับปรัชญาของ บาร์เซโลน่า ทำให้สโมสรติดตามดูเขาอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาดึงมารับตำแหน่งเทรนเนอร์คนต่อไป เมื่อ ฟาเบรกาส สิ้นสุดสัญญากับ โคโม่ ในปี 2028

อีกทั้งทาง ฟาเบรกาส ยังรู้จักปรัชญาของ บาร์เซโลน่า เป็นอย่างดี หลังเติบโตมาจากทีมเยาวชนของสโมสร แม้จะย้ายไป อาร์เซน่อล ตั้งแต่ปี 2003 แต่เขาก็หวนคืนถิ่น คัมป์ นู ในปี 2011 ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ เชลซี ในปี 2014 ต่อด้วย โมนาโก และ โคโม่ จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นเทรนเนอร์ในปัจจุบันนั่นเอง.

ไปที่ไหน!! เลเอา แบะท่าพร้อมลา มิลาน คาดย้ายแน่หลัง ฟุตบอลโลก

ราฟาเอล เลเอา ปีกทีมชาติโปรตุเกสของ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ทีมดังแห่ง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตกเป็นข่าวเตรียมอำลาสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้! หลังจากที่ เจ้าตัว ออกมาเปิดเผยว่าพร้อมแล้วกับการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในอาชีพค้าแข้ง

ดาวเตะวัย 26 ปี ย้ายจาก ลีลล์ ในลีกเมืองน้ำหอม มาค้าแข้งกับ “ปีศาจแดงดำ” เมื่อปี 2019 และกลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของ มิลาน มาโดยตลอดในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา โดยล่าสุด เจ้าตัว ทำไปแล้วทั้งสิ้น 80 ประตู 65 แอสซิสต์ จากการลงสนามรวมทุกรายการ 291 นัด

เลเอา เปิดใจผ่านการให้สัมภาษณ์ว่า “ผมภูมิใจที่ได้สร้างประวัติศาสตร์กับเอซี มิลาน แต่ผมต้องการบทใหม่ในชีวิต ผมรู้สึกว่าตัวเองพร้อมสำหรับการไปเล่นในลีกอื่นแล้ว ผมทุ่มเททุกอย่างให้กับมิลาน และตอนนี้ถึงเวลาที่จะออกไปเผชิญความท้าทายครั้งใหม่”

รายงานระบุว่า หลายสโมสรชั้นนำในยุโรปกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแม้ว่ายังไม่มีการยืนยันจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ โดยคาดว่าค่าตัวของ “แนวรุกชาวโปรตุเกส” จะอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านยูโร และทุกอย่างน่าจะชัดเจนมากขึ้นหลังจบการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก 2026” ในเดือนมิถุนายนนี้.

ไม่สนใจ.! เอ็นรีเก้ เมินถูกยกชั้นตำนานหลังพา เปแอสเช ป้องกันแชมป์ UCL

หลุยส์ เอ็นรีเก้ ผู้จัดการทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยืนยันว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญที่ถูกยกย่องเป็นกุนซือตำนานโลกลูกหนัง

หลุยส์ เอ็นรีเก้ ยอดกุนซือของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดทีมในลีกเอิง ฝรั่งเศส ออกมายืนยันเสียงแข็งว่า ตัวเขาไม่ได้ให้ความสำคัญหรือสนใจเลยแม้แต่น้อยกับการที่จะถูกยกย่องให้เป็นกุนซือระดับตำนานของโลกลูกหนัง หลังจากเพิ่งโชว์กึ๋นพาทีมเอาชนะ อาร์เซน่อล ในการดวลจุดโทษ 4-3 คว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าในเกมรอบชิงชนะเลิศนัดหยุดโลกจบลงด้วยผลเสมอแบบสุดมันส์ 1-1 ทั้งในเวลาปกติ 90 นาทีและช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ต้องไปตัดสินชี้ชะตากันที่การดวลจุดโทษ ซึ่งก็เป็นพลพรรค “เปแอสเช” ที่มีความเฉียบขาดและนิ่งกว่า เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-3 โดย กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังของทัพปืนใหญ่ที่ออกมายิงเป็นคนสุดท้าย รับความกดดันไม่ไหวซัดเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ดีหลังจบเกมทาง เอ็นรีเก้ ได้เปิดเผยความรู้สึกหลังพา เปแอสเช ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จว่า “ตอนนี้ความรู้สึกของผมมันปะปนกันไปหมด มีทั้งความตื่นเต้นดีใจอย่างที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าเหนื่อยล้ามากๆ แต่ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฤดูกาลอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเรายังคงรักษาสถานะแชมป์ยุโรปเอาไว้ได้

การคว้าแชมป์สองสมัยติดต่อกันมันเป็นอะไรที่น่าทึ่งและเหนือคำบรรยายจริงๆ พวกเราสมควรได้รับเกียรติยศในครั้งนี้อย่างแท้จริง รวมถึงแฟนบอลที่คอยเคียงข้างและสนับสนุนพวกเรามาตลอดทั้งฤดูกาล ทุกคนคู่ควรแล้วกับการได้ก้าวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศในเกมนัดชิงชนะเลิศและฉลองชัยชนะร่วมกัน

มันเป็นเกมที่ยากลำบากและอึดอัดมากจริงๆ ผมต้องขอแสดงความยินดีกับ อาร์เซน่อล ด้วย พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสมราคา ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในเกมระดับนี้ พวกเขาพยายามที่จะตัดเกมและแบ่งการเล่นออกเป็นช่วงๆ ซึ่งเป็นแท็กติกที่พวกเขาทำได้แข็งแกร่งมาก แต่ฝั่งเราเองก็พยายามที่จะเน้นการครองบอลและบีบกดดันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในที่สุดเราก็ทำสำเร็จและคว้าแชมป์มาครองได้”

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ทำให้ตัวเขาคิดว่าตนเองได้สถาปนาเป็นผู้จัดการทีมระดับ ‘ตำนาน’ แล้วหรือยัง ซึ่ง หลุยส์ เอ็นรีเก้ ยิ้มพร้อมกับตอบทิ้งท้ายว่า “ตำนานงั้นเหรอ? สำหรับผมแล้ว ผมไม่ได้สนใจหรือแคร์เรื่องนั้นเลยสักนิดเดียว”.

หนักหน่วง!! อาร์เตต้า รับสุดเจ็บปวด หลัง อาร์เซน่อล ชวดแชมป์ ชปล.

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมของ อาร์เซน่อล ออกมายอมรับตามตรงว่า พลพรรค “ปืนใหญ่” จำเป็นต้องอดทนและก้าวผ่านช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดนี้ไปให้ได้ หลังจากต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ พ่ายแพ้แก่ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ในช่วงการดวลจุดโทษตัดสินอย่างน่าเสียดาย 4-3 หลังเสมอกัน 1-1 ในเวลา 90 นาทีและต่อเวลาพิเศษ ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา

อาร์เซน่อล ต้องเป็นฝ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บปวด ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายออกนำเร็วตั้งแต่ 6 นาทีแรก จากการยิงอันเฉียบขาดของ ไค ฮาแวร์ตซ์ แต่ก็มาโดนตีเสมอจากลูกจุดโทษของ อุสมาน เดมเบเล่ ในนาทีที่ 65 ก่อนจะไปตัดสินในการดวลจุดโทษหลังครบ 120 นาที และก็เป็น กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังของ อาร์เซน่อล ที่ออกมายิงเป็นคนสุดท้ายและข้ามคานออกไป ทำให้แชมป์ตกเป็นของ เปแอสเช ไปในที่สุด

หลังจบเกม อาร์เตต้า เปิดเผยว่า “พวกเราไม่ได้สัมผัสบรรยากาศเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มายาวนานถึง 22 ปีแล้ว ลองจินตนาการดูว่านี่เพิ่งจะเป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์สโมสรเท่านั้นที่เรามาถึงในรอบนี้ได้ แน่นอนว่าเราต้องยอมรับและภูมิใจกับภาพรวมในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ในวินาทีนี้ ผมรู้ดีว่าคงไม่มีใครสามารถมาลบเลือนความเจ็บปวดจากการพลาดแชมป์ออกจากใจไปได้”

เมื่อถูกถามถึงผู้ชนะอย่าง เปแอสเช กุนซือชาวสเปนได้กล่าวแสดงความชื่นชมว่า “พวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยมระดับเวิลด์คลาสอย่างแท้จริง และผมต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเขาด้วย ทั้งคุณภาพส่วนตัวของนักเตะ รวมถึงแท็กติกวิธีการฝึกสอนที่ยอดเยี่ยม พวกเขาคือทีมระดับท็อปของโลก คุณต้องยอมรับความจริงในแง่ของอารมณ์ความรู้สึก และถ้าหากตอนนี้คุณกำลังเจ็บปวด คุณก็แค่ต้องเผชิญหน้าและผ่านมันไปให้ได้”

“หลังจากนี้ เราต้องกลับไปทบทวนว่ามีสิ่งไหนที่เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เพื่อที่จะเรียนรู้จากมัน ไตร่ตรองถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และนำมันมาเป็นแรงผลักดันเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นถึงความทะเยอทะยานที่เราต้องการจะกลับมายืน ณ จุดนี้อีกครั้งในอนาคต”

นอกจากนี้ อาร์เตต้า ยังได้เปิดเผยถึงข้อความสำคัญที่เขาได้ส่งตรงถึงลูกทีมในห้องแต่งตัวว่า “ผมบอกพวกเขาว่าผมภูมิใจในตัวพวกเขาทุกคนมากๆ กับผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมาภายใต้สถานการณ์ที่กดดันและยากลำบากขนาดนี้ เพราะภายในทีมของพวกเรา เรารู้ดีที่สุดว่าพวกเราต้องฝ่าฟันและผ่านพ้นอุปสรรคอะไรมาบ้างกว่าจะมาถึงจุดนี้”

“มันเป็นเกียรติอย่างสูงสุดในชีวิตของผมที่ได้ทำหน้าที่จัดการกลุ่มนักเตะและสโมสรแห่งนี้ พวกเขาแบกรับศักดิ์ศรีบนตราสโมสรและทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายให้กับมันมากมายเหลือเกิน ในปีนี้พวกเราสามารถคว้าแชมป์ใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จแล้ว แต่มันน่าเสียดายตรงที่เราไปพลาดท่าในเกมนัดชิงถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปอย่างน่าเจ็บใจ”.

ใกล้ปิดดีล!! แมนยู จ่อคว้า เอแดร์ซอน ดาวเตะอตาลันต้า หลังเจรจาคืบหน้า

มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ส่งตัวแทนเดินทางไปยังประเทศอิตาลี เพื่อเจรจากับ อตาลันต้า เกี่ยวกับดีลคว้าตัว เอแดร์ซอน กองกลางของทีม โดยการเจรจาในขณะนี้ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงในการย้ายทีมช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว

SullyTalkz สื่อวงในสายสโมสร รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้ โดยการเจรจามีความคืบหน้าไปในทิศทางบวก

เอแดร์ซอน มิดฟิลด์ชาวบราซิลวัย 26 ปี ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเขาให้ความสำคัญกับการย้ายไปค้าแข้งในรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นอันดับแรก โดยได้ปฏิเสธข้อเสนอจากทีมอื่นๆ และบอกกับเอเยนต์ว่าตัวเขาต้องการย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงทีมเดียวเท่านั้น

เชื่อกันว่า อตาลันต้า ประเมินมูลค่าของมิดฟิลด์รายนี้ไว้ที่ประมาณ 50 ล้านยูโร โดยสัญญาปัจจุบันของเขาจะสิ้นสุดลงในปีหน้า.

แฮปปี้ดี!! ‘ฟาเบรกาส’ ยืนยันปักหลักคุมทัพ โคโม่ ต่อไป

เชส ฟาเบรกาส กุนซือของ โคโม่ ออกมายืนยันแล้วว่าตัวเขาไม่มีความต้องการที่จะย้ายออกจากสโมสร หลังสร้างประวัติศาสตร์พาทีมจบอันดับที่ 4 ของตารางศึกเซเรีย อา พร้อมคว้าตั๋วไปลุยศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จ

หลังจากที่ฤดูกาล 2025/26 สิ้นสุดลง ทาง เชส ฟาเบรกาส กุนซือชาวสเปนวัย 39 ปี ได้เข้าประชุมกับบอร์ดบริหารของสโมสรเพื่อวางแผนสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งสยบข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับอนาคตของเขาเป็นที่เรียบร้อย

“เราได้ประชุมกันอย่างยาวนานกับท่านประธานและผู้อำนวยการสโมสร เราได้รับการอนุมัติแผนงานสำหรับฤดูกาลหน้าแล้ว ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้อยู่ที่นี่ ผมยังคงได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมากมาย และเรากำลังร่วมกันสร้างทัศนคติของผู้ชนะขึ้นมา” ฟาเบรกาส กล่าว

นอกจากนี้ ผู้จัดการทีมชาวสเปนยังได้เน้นย้ำถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสโมสรในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ก็เตือนว่าทีมจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานขึ้นมาเพื่อต่อกรกับทีมต่างๆ ในเวทีระดับยุโรป

“สโมสรเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เราทำผลงานได้เกินความคาดหมายมาตลอดช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะเริ่มเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลที่ยากลำบากและมีความพิเศษ เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่เราจะได้ไปเล่นในฟุตบอลถ้วยยุโรป”

“เราต้องระมัดระวัง เพราะถ้าเราไปเยือน ซานติอาโก เบร์นาเบว หรือ คัมป์ นู โดยที่ยังไม่พร้อม เราอาจจะโดนยิงถล่มใส่ถึง 6 ประตูได้เลย ดังนั้นเราต้องยกระดับตัวเองขึ้นมาและเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด”.

หลายทีมสนคว้าตัว!! ‘อัลวาเรซ’ ปัดต่อสัญญาตราหมี-ขอย้ายทีมซัมเมอร์นี้

มีรายงานว่า ฮูเลียน อัลวาเรซ ตัดสินใจปฏิเสธที่จะต่อสัญญากับ แอตเลติโก มาดริด และได้แจ้งกับทางสโมสรต้นสังกัดว่าตัวเขาต้องการที่จะย้ายออกจากทีม “ตราหมี” ในช่วงซัมเมอร์นี้นี้ ซึ่งมีหลายๆ สโมสรที่กำลังให้ความสนใจในตัวดาวเตะรายนี้

ฮูเลียน อัลวาเรซ ดาวเตะวัย 26 ปี ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ แอตเลติโก มาดริด ในฤดูกาลนี้ หลังเจ้าตัวซัดไป 20 ประตู กับอีก 9 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 49 นัดรวมทุกรายการ

Marca รายงานว่า ฮูเลียน อัลวาเรซ สร้างความตกตะลึงให้กับ แอตเลติโก มาดริด หลังจากที่เจ้าตัวปฏิเสธข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ที่สูงเป็นสถิติของสโมสร

เป็นที่เข้าใจกันว่าทีม “ตราหมี” หวังที่จะผูกมัดดาวยิงรายนี้ด้วยสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ และได้ยื่นข้อเสนอมูลค่า 10 ล้านยูโรต่อฤดูกาลให้กับเขา

ด้วยข้อเสนอดังกล่าวนี้จะทำให้ ฮูเลียน อัลวาเรซ กลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของ แอตเลติโก มาดริด แต่ทว่าทาง อัลวาเรซ กลับไม่ได้สนใจข้อเสนอดังกล่าว

สำหรับสัญญาฉบับปัจจุบันของ ฮูเลียน อัลวาเรซ กับทาง แอตเลติโก มาดริด จะสิ้นสุดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2030 และมีค่าฉีกสัญญาสูงถึง 500 ล้านยูโร

บาร์เซโลน่า มีข่าวเชื่อมโยงอย่างหนักกับทาง ฮูเลียน อัลวาเรซ ในขณะที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ อาร์เซน่อล ก็กำลังให้ความสนใจในตัวดาวเตะรายนี้อยู่เช่นเดียวกัน.

ผลงานดี!! มิลาน ทาบทาม ‘อิราโอล่า’ คุมทัพ หลังปลด ‘อัลเลกรี’ พ้นกุนซือ

มีรายงานระบุว่า เอซี มิลาน ทีมดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เดินหน้าหากุนซือคนใหม่ ภายหลังจากที่ปลด มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี พ้นจากตำแหน่งกุนซือของทีมเป็นที่เรียบร้อย โดยทีม “ปีศาจแดงดำ” เล็งเป้าหมายไปที่ อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือของ บอร์นมัธ ที่อำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้

เอซี มิลาน พึ่งยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการปลด มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี พ้นจากตำแหน่งกุนซือทีม “ปีศาจแดงดำ” หลังจากที่เขาพาทีมจบอันดับ 5 ของตารางศึก เซเรีย อา ชวดตั๋วลุยศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าอย่างน่าผิดหวัง

ล่าสุด Sky Sports สื่อกีฬาต่างประเทศชื่อดัง รายงานว่า เอซี มิลาน ไม่รอช้าในการหากุนซือคนใหม่เข้ามาคุมทัพ โดยได้มีการทาบทาม อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือวัย 43 ปีของ บอร์นมัธ แล้ว

ก่อนหน้านี้ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้มีการประกาศว่าเขาจะอำลา บอร์นมัธ หลังหมดสัญญาคุมทีมเมื่อจบฤดูกาลนี้ โดยเขาทำผลงานการคุมทัพ “เดอะ เชอร์รีส์” ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจบอันดับ 6 ในศึกพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2025/26 พร้อมสถิติไร้พ่าย 18 นัดติดต่อกันในลีก

อย่างไรก็ตาม นอกจาก เอซี มิลาน แล้ว ยังมีทีมดังอย่าง คริสตัล พาเลซ,ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น รวมไปถึง นาโปลี ที่มีข่าวพัวพันกับ อันโดนี่ อิราโอล่า ด้วยเช่นกัน.

ใกล้แล้ว!! บาเยิร์นฯ จ่อปิดดีลคว้าตัว ‘กอร์ดอน’ เสริมทัพ

มีรายงานระบุว่า แอนโธนี่ กอร์ดอน บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ทีมดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน แล้ว ก่อนการย้ายทีมที่เตรียมจะเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้

เบน จาคอบส์ นักข่าวดังจากอังกฤษ รายงานว่า แอนโธนี่ กอร์ดอน ดาวเตะวัย 25 ปี พร้อมที่จะย้ายไปค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค โดยทั้งสองฝ่ายตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้แล้ว

รายงานระบุด้วยว่า กอร์ดอน เปิดกว้างในการย้ายไปร่วมทีมแชมป์บุนเดสลีกา โดยมองว่าการย้ายครั้งนี้เป็นก้าวต่อไปที่น่าสนใจในอาชีพค้าแข้งของเขา

อย่างไรก็ตาม การเจรจาระหว่างทั้งสองสโมสรยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากทาง นิวคาสเซิล ตั้งค่าตัวดาวเตะรายนี้ไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์

กลยุทธ์ทางการเงินปัจจุบันของ บาเยิร์น มิวนิค เน้นไปที่การควบคุมการใช้จ่าย โดย คริสตอฟ ฟรอยด์ และ แม็กซ์ เอเบิร์ล ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรได้รับคำสั่งให้เสริมทัพในตำแหน่งสำคัญโดยไม่ทุ่มเงินมากจนเกินไป

แม้ว่า อูลี เฮอเนส ประธานสโมสรบาเยิร์นฯ จะสนับสนุนดีลย้ายทีมครั้งนี้ แต่คาดว่าทีม “เสือใต้” จะผลักดันให้มีการลดค่าตัวลง ในขณะที่การเจรจาระหว่างสองสโมสรยังคงดำเนินต่อไป.

ประกาศศักดา!! อินเตอร์ฯ ทุบ ลาซิโอ นิ่ม 2-0 ซิวแชมป์สมัยที่ 10 ตามคาด

อินเตอร์ มิลาน ประกาศศักดาคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองได้สำเร็จ หลังโชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะ ลาซิโอ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศศึกโคปปา อิตาเลีย ผงาดชูถ้วยรายการนี้เป็นสมัยที่ 10 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ทีมงูใหญ่ต้องโคจรมาเจอกับ ลาซิโอ อีกครั้ง หลังเพิ่งบุกถล่มทีมอินทรีฟ้าขาวมาได้อย่างขาดลอย 3-0 ในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยขวัญกำลังใจที่จะตอกย้ำชัยชนะอีกครั้ง เพื่อคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย หลังจากก่อนหน้านี้เป็นแชมป์สคูเด็ตโต้ไปแล้ว

ครึ่งแรกเริ่มมาได้เพียง 14 นาที อินเตอร์ มิลาน ก็ได้ประตูออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เฟเดริโก้ ดิมาร์โก วิงแบ็กตัวเก่งเปิดบอลโค้งไปที่เสาแรก เดนเซล ดุมฟรีส์ ขึ้นโหม่งเช็ดบางๆ บอลไปแฉลบ อดัม มารูซิช เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไปแบบง่ายๆ

เกมยังคงเป็นของ อินเตอร์ อย่างต่อเนื่อง และเกือบขยับหนีเป็นสองประตูในนาทีที่ 23 เมื่อ ดิมาร์โก คนเดิมโยนบอลกลับมาให้ ดุมฟรีส์ ได้ตั้งป้อมวอลเลย์เต็มข้อ แต่บอลพุ่งไปติดบล็อกแนวรับลาซิโอออกหลังไปอย่างหวุดหวิด

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของ อินเตอร์ ก็มาประสบผลในนาทีที่ 35 เมื่อ นูโน่ ตาวาเรส พลาดเสียบอลหน้าเขตโทษตัวเอง โดน ดุมฟรีส์ ฉกบอลไปได้ก่อนจะจ่ายถวายพานให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จัดการยิงโล่งๆ เข้าไปไม่เหลือซาก ให้ อินเตอร์ มิลาน หนีห่างเป็น 2-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง ลาซิโอ ได้โอกาสลุ้นตีไข่แตกในนาทีที่ 58 เมื่อ กุสตาฟ ไอซัคเซ่น ดักบอลได้ในเขตโทษ ก่อนที่บอลจะไหลไปเข้าทาง ทิยานี่ นอสลิน ได้ยิงด้วยขวาเน้นๆ แต่บอลกลับพุ่งถากเสาออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 70 อินเตอร์ มิลาน เกือบได้ประตูปิดกล่อง จากจังหวะที่ ดิมาร์โก จ่ายให้ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ได้ยิงเต็มๆ ด้วยขวา แต่บอลพุ่งหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 ทัพเนรัซซูรี่เกือบได้ประตูที่สามอีกครั้ง คราวนี้เป็น มาร์กคุส ตูราม ที่กึ่งยิงกึ่งผ่านมาที่กลางประตู เอโดอาร์โด้ ม็อตต้า นายทวาร ลาซิโอ ปัดบอลมาเข้าทาง พิโอเตอร์ ซีลินสกี้ ได้จับแล้วยิงเน้นๆ ในเขตโทษ แต่บอลกลับหลุดกรอบออกไปอีกครั้ง

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบเกม อินเตอร์ มิลาน เอาชนะ ลาซิโอ ไปแบบสบายๆ 2-0 คว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย สมัยที่ 10 มาครองได้สำเร็จ พร้อมกับประกาศศักดาคว้า “ดับเบิ้ลแชมป์” ในฤดูกาลนี้ไปครองได้ตามเป้าหมายอีกด้วย

ผลฟุตบอลอื่นๆ ที่น่าสนใจ ประจำวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 69

ลา ลีกา สเปน

  • เอสปันญอล ชนะ แอธเลติก บิลเบา 2-0
  • บียาร์เรอัล แพ้ เซบีย่า 2-3
  • เคตาเฟ่ ชนะ มายอร์ก้า 3-1
  • อลาเบส ชนะ บาร์เซโลน่า 1-0